Code Here.


การเปิดร้านก็เท่ากับการมีบริษัทเป็นของตัวเอง ตามกฎหมายแล้วบริษัทแห่งหนึ่งไม่ว่าจะมีขนาดเท่าไรก็ต้อง
ทำการค้าเช่นกัน จะต้องไปจดทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ
 
 
เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงสามารถทำกิจการได้การจดทะเบียนบริษัทโดยทั่วไปแบ่งเป็นสองแบบคือจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัทและจดทะเบียนพาณิชย์ โดยทั่วไประยะเวลาที่ใช้สำหรับการจดทะเบียนจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมือจดทะเบียนบริษัทหรือจดทะเบียนพาณิชย์เสร็จแล้วจึงจะสามารถประกอบกิจการได้อย่างเป็นทางการ

การเปิดร้านกาแฟต้องตั้งใจว่าจะทำในระยะยาว ต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องและทำธรกิจอย่างถูกกฎหมายหลังจากได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนแล้ว ความฝันที่จะเปิดท้นก็กลายเป็นจริง หากทำธุรกิจโดยไม่ได้จดทะเบียนก็เท่ากับทำผิดกฏหมายการค้า จะถูกลงโทษโดยปรับหรือจำคุก 1 ปี หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และต้องบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมด้วยต้องการจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบริษัทการทำธุรกิจภายในประเทศ โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งลักษณะของการจัดตั้งกิจการได้เป็นสองแบบคือ แบบนิติบุคคลและแบบไม่ใช่นิติบุคคล แบบนิติบุคคลก็เช่นบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด เป็นต้น
 
ร้านกาแฟบางแห่งทีใช้ชื่อว่าห้างร้าน. ร้าน. ร้านขนม..เหล่านี้ก็คือกิจการที่ไม่ใช่นิติบุคคล ส่วนที่ใช้ชื่อว่า บริษัท...ก็คือกิจการที่เป็นนิติบุคคลถ้าเช่นนั้นกิจการร้านกาแฟที่คุณอยากเปิดจะจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบริษัท ลักษณะการจัดตั้งของทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร สามารถพิจารณาได้จากหลายๆ ด้านดังต่อไปนี้
 
 
ขนาดของกิจการร้านกาแฟโดยทั่วไปจะมีขนาดเล็กมากส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนโดยเป็นเจ้าของคนเดียวหรือไม่ก็มีหุ้นส่วนบ้าง ดังนั้นเจ้าของกิจการร้านกาแฟมากกว่าครึ่งจึงจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญทุนจดทะเบียนก็น้อยมาก แต่หากจะมองในด้านกฎหมายแลั้ว หนี้สินของกิจการแบบห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น เจ้าของหรือหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดชอบทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยทั่วไปแบ่งเป็นสองแบบคือ

บริษัทจำกัดและบริษัทจำกัดมหาชน ถ้าบริษัทดำเนินกิจการแล้วขาดทุน เจ้าของ และผู้ถือหุ้นจะรับความเสี่ยงเฉพาะในส่วนทีตัวเองลงทุนไป สำหรับบริษัทจำกัดมหาชน ซึ่งกิจการที่จดทะเบียนในลักษณะนี้จะมีขนาดใหญ่และดูเป็นองค์กรมากกว่าหากมีความต้องการเรื่องเงินทุน ต้องการกู้ยืมเงินหรือมีหุ้นด่วนจากภายนอกมาร่วมลงทุนด้วย จำนวนเงินลงทุนรวมทั้งลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือบริษัทก็จะแตกต่างกันไปด้วย โดยทั่วไปแล้วการจดทะเบียนในนามของบริษัทนั้น เวลากู้ยืมเงินจากธนาคารจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า จำนวนเงินที่จะกู้ยืมต้องไม่เกินกว่าทุนจดทะเบียนหรืออาจน้อยกว่าทุนจดทะเบียน ดังนั้นถ้าทุนจดทะเบียนน้อยเกินไป จำนวนเงินทีจะขอกู้ยืมจากธนาคารก็จะน้อยลงไปด้วยหากมีโอกาสได้วางแผนหรือประมูลเพื่อร่วมทุนกับร้านกาแฟขนาดใหญ่หรือองค์กรชองรัฐบาล จะต้องอยู่ในนามบริษัทเท่านั้นครับจึงจะสามารถทำได้

นอกจากนี้ชื่อของห้างหุ้นส่วนสามัญจะได้รับการคุ้มครองเฉพาะในเขตพื้นที่เดียวกันเท่านั้น ในเขตอื่นๆ อาจจะมีคนทีเปิดร้านกาแฟแล้วใช้ชื่อเดียวกันกับคุณก็ได้ แต่ถ้าเป็นบริษัทการคุ้มครองเรื่องชือบริษัทจะ ครอบคลุมไปทั่วประเทศ หากต้องการจะเปิดร้านในเขตพื้นที่อื่นก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนใช้ชื่อซ้ำกับคุณ

ที่มาจากหนังสือคู่มือการเปิดร้านกาแฟฉบับสมบรูณ์

Comment

Comment:

Tweet